Make your own free website on Tripod.com

 

 

 

 

 

ระบบข่ายงานคอมพิวเตอร์

 

 

    ระบบข่ายงานคอมพิวเตอร์ (Computer Network) หมายถึง การสื่อสารข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกันเป็นกลุ่มหรือเป็นโครงข่าย โดยใช้มาตรฐานและขบวนการรับ-ส่งข้อมูลเดียวกัน ปัจจุบันมีการอาศัยระบบโทรศัพท์ในการสื่อสารข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์มากขึ้น เนื่องจากโทรศัพท์มีการเชื่อมต่อกับระบบไมโครเวฟและดาวเทียม ทำให้ผู้ใช้สามารถประหยัดสายตัวกลางนำสัญญาณได้ รวมทั้ง ทศท. ยังให้บริการโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิตอล(Integrated Services Digital Network : ISDN) ซึ่งเป็นระบบข่ายงานสื่อสารโทรคมนาคมเอนกประสงค์ ที่สามารถสื่อสารได้ทั้งเสียง ภาพ และเสียงพูด

     ชนิดของระบบเครือข่าย

ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สามารถแบ่งตามระยะห่างระหว่างอุปกรณ์ที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายได้ดังนี้ คือ

      1 ระบบเครือข่าย LAN

       ระบบเครือข่าย LAN(Local Area Network) หรือระบบเครือข่ายเฉพาะบริเวณ ปกติแล้วจะเป็นเครือข่ายส่วนตัว(Private Network) คือ องค์กรที่ต้องการใช้งานเครือข่ายทำการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นระบบเครือข่ายในระยะใกล้ๆ จะช่วยให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรและธุรกิจต่างๆ มากมาย เช่น
1. สามารถแบ่งเบาภาระการประมวลผลไปยังเครื่องต่างๆ เฉลี่ยกันไป
2. สามารถแบ่งกันใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องพิมพ์ ซีดีรอมไดร์ฟ เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
3. สามารถแบ่งกันใช้งานซอฟต์แวร์และข้อมูลหรือสารสนเทศต่างๆ รวมทั้งทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้เพียงที่เดียว
4. สามารถวางแผนหรือทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มได้
5. สามารถใช้ในการติดต่อกันได้
6. ลดค่าใช้จ่ายโดยรวมขององค์กร

      2. ชนิดของระบบเครือข่าย LAN

1. เครือข่ายแบบพึ่งเครื่องบริการ(Server-based Networking) เป็นการเชื่อมต่อโดยมีเครื่องบริการอยู่ศูนย์กลาง ทำหน้าที่ในการให้บริการต่างๆ ที่เครื่องผู้ใช้หรือสถานีงาน(Workstation) ร้องขอ รวมทั้งเป็นผู้จัดการดูแลการจราจรในระบบเครือข่ายทั้งหมด นั่นคือการติดต่อกันระหว่างเครื่องต่างๆ ต้องผ่านเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เครื่องผู้ใช้จะทำการประมวลผลในงานของตนเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ในการให้บริการกับเครื่องอื่นๆ ในระบบ
2. เครือข่ายแบบเท่าเทียม(Peer-to-Peer Networking) เป็นการเชื่อมต่อที่เครื่องทุกเครื่องในระบบเครือข่ายมีสถานะเท่าเทียมกันทั้งหมด โดยเครื่องทุกเครื่องสามารถเป็นได้ทั้งเครื่องผู้ใช้และเครื่องบริการในขณะใดขณะหนึ่ง

     3. ส่วนประกอบพื้นฐานของระบบ LAN

1. ระบบปฏิบัติการเครือข่าย (Network Operating System(NOS)) มีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของเครือข่าย
2. เครื่องบริการและสถานีงาน(Server and Workstation) คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบกันเป็นเครือข่าย โดยเครื่องบริการ(Server) จะเป็นเครื่องหลักที่มีหน้าที่ให้บริการต่างๆ แก่ สถานีงาน(Workstation) หรือ โหนด(Node)
3. แผงวงจรเชื่อมต่อเครือข่าย(Network Interface Card - NIC) เป็นอุปกรณ์ที่เป็นแผงวงจรสำหรับเสียบเข้าช่องต่อขยาย(Expansion Bus) ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถต่อสายของเครือข่ายเข้ามาและทำการติดต่อส่งข้อมูลกับเครือข่ายได้
4. ระบบการเดินสาย(Cabling System) ระบบการเดินสายจะเป็นสื่อที่เชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน อาจประกอบด้วยสายแบบต่าง ๆ เช่น UTP/STP, Coaxial ฯลฯ
5. ทรัพยากรและอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน(Shared Resources and Peripherals) จะรวมถึงอุปกรณ์หน่วยความจำสำรอง เช่น ฮาร์ดดิสก์ ตลอดจนเครื่องพิมพ์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งผู้ใช้ในเครือข่ายที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้งานได้

      โครงสร้างของระบบเครือข่าย(Network Topology)แบบ LAN
ในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่ายเฉพาะบริเวณ(LAN) สามารถออกแบบการเชื่อมต่อกันของเครื่องในเครือข่าย ได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนี้

       โครงสร้างแบบดาว
โครงสร้างแบบดาว(Star Topology) เป็นโครงสร้างที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แต่ละตัวเข้ากับคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง การรับส่งข้อมูลทั้งหมดจะต้องผ่านคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางเสมอ มีข้อดีคือ การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบกับเครื่องอื่นในระบบเลย ข้อเสียคือ มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสายสูงและถ้าคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางเสีย ระบบเครือข่ายจะหยุดชะงักทันที


 

 

 

 

 

 

 

      

      โครงสร้างแบบบัส
โครงสร้างแบบบัส(Bus Topology) เป็นโครงสร้างที่เชื่อมคอมพิวเตอร์แต่ละตัวด้วยสายเคเบิลที่ใช้ร่วมกัน สายเคเบิลนี้เปรียบเสมือนกับถนนที่ข้อมูลจะถูกส่งผ่านไปมาระหว่างเครื่องได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องไปที่ศูนย์กลางก่อน โครงสร้างนี้มีข้อดีที่ใช้สายน้อยและถ้าเครื่องเสียก็ไม่มีผลอะไรต่อระบบโดยรวม ส่วนข้อเสีย คือ ตรวจหาจุดที่มีปัญหาได้ยาก

 


 

 

 

 

 

 

 

 

     

      

        โครงสร้างแบบวงแหวน(Ring Topology)
โครงสร้างแบบวงแหวนเป็นโครงสร้างที่เชื่อมคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเข้าเป็นวงแหวน ข้อมูลจะถูกส่งต่อๆ กันไปในวงแหวนจนกว่าจะถึงเครื่องผู้รับที่ถูกต้อง ข้อดีของโครงสร้างแบบนี้ คือ ใช้สายเคเบิลน้อย และสามารถตัดเครื่องที่เสียออกจากระบบได้ ทำให้ไม่มีผลต่อระบบเครือข่าย ข้อเสีย คือ หากมีเครื่องที่มีปัญหาอยู่ในระบบจะทำให้เครือข่ายไม่สามารถทำงานได้เลย และการเชื่อมต่อเครื่องเข้าสู่เครือข่ายอาจต้องหยุดระบบทั้งหมดลงก่อน


 

 

 

    

 

     ระบบเครือข่ายแบบกว้าง (Wide Area Network: WAN)
ระบบเครือข่าย WAN แบบกว้างโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นเครือข่ายระยะไกล เป็นระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงเครือข่ายแบบท้องถิ่นตั้งแต่ 2 เครือข่ายขึ้นไปเข้าด้วยกันโดยผ่านระยะทางที่ไกลมาก โดยทั่วไปอาศัยสายโทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์ และคลื่นไมโครเวฟ เป็นตัวกลางในการรับ-ส่งข้อมูล ระบบนี้เสียค่าใช้จ่ายมากกว่าแบบแรก
ประเภทของเครือข่าย WAN แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

 

     เครือข่ายส่วนตัว(Private Network)
เครือข่ายส่วนตัวเป็นการจัดตั้งระบบเครือข่ายซึ่งมีการใช้งานเฉพาะองค์กรที่เป็นเจ้าของเครือข่าย


     เครือข่ายสาธารณะ(Public Data Network)
เครือข่ายสาธารณะบางครั้งเรียกว่า "เครือข่ายมูลค่าเพิ่ม" เป็นระบบเครือข่ายระยะไกล ซึ่งองค์กรได้รับสัมปทานทำการจัดตั้งขึ้น เพื่อให้บุคคลทั่วไปหรือองค์กรอื่นๆ ที่ไม่ต้องการวางเครือข่ายเองสามารถแบ่งกันเช่าใช้งานได้ โดยการจัดตั้งอาจทำการวางโครงข่ายช่องทางการสื่อสารเอง หรือเช่าใช้ช่องทางการสื่อสารสาธารณะก็ได้